วันที่สวยงาม

22 มิถุนายน, 2008

ขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ได้รับ จากใคร

ขอบคุณในน้ำใจและความหวังดี

ขอบคุณทุกอย่างจริงๆ ไม่รู้ว่าจะหาคำไหนที่ดีพอมาขอบคุณมาบอกว่ารู้สึกยังไง

ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ทำให้ไม่เหงา

ขอบคุณจริงๆ ถ้าเราไม่ได้รักกันไม่รู้จะเป็นยังไง

ผ่านไป 1 เดือนโดยไม่รู้ตัว เวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วจริงๆ

ขอให้ได้มีความสุขแบบนี้นานๆ ขอให้ได้อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ

ที่เราจะตอบแทนได้ตอนนี้ก็คือรักเธอให้มากๆทุกๆวันดูแลเธอให้เพื่อตอบแทนเวลาดีๆก่อนที่เวลาของพวกเราต้องหมดลง


บ้าน

8 มิถุนายน, 2008

เพิ่งจะได้ไกลบ้านจริงจังครั้งแรก แบบที่ไม่ใช่ไปเที่ยวนานๆเป็นอาทิตย์-สองอาทิตย์

แต่เพื่อย้ายไปอยู่หอเอง เพื่อไปเรียนได้ง่าย ไม่เหนื่อย ตอนแรกก็คิดว่าจะสบายๆไปอยู่หอไม่ต้องเดินทาง

แต่พอมาอยู่จริงๆแล้วเหนื่อยกว่าเยอะเลย ต้องทำเองทุกอย่าง ล้างห้องน้ำ ซักถุงเท้า เอาผ้าส่งซัก ต้องตากผ้าเอง ทำทุกอย่างเอง

จากที่อยู่บ้านไม่เคยทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้ต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องทั่วไปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน แต่รวมไปถึงการรับผิดชอบทางจิตใจ รับผิดชอบตัวเองและหน้าที่ของตน เพราะอิสระที่ได้มามีมากโขจนอาจทำให้เราเสียเด็กได้ อยากกลับกี่โมงก็ได้เพราะยังไงก็ไม่มีใครรู้ อยากจะไปไหนกับใครเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้

แต่เพราะว่าความไว้ใจของแม่ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะตอบแทนกลับไปด้วยการรู้จักรับผิดชอบตัวเองไม่ทำให้แม่กังวล และซื่อสัตย์ รู้จักอยู่ในกรอบที่จะไม่ทำให้แม่และตัวเองเสียใจภายหลัง

พอไปอยู่จริงๆก็เริ่มกลัว กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าจะดูแลตัวเองไม่ได้ กลัวว่าจะควบคุมและแก้ไขปัญหาไม่ได้ เริ่มจะคิดถึงบ้านเวลาที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ เริ่มจะอยากกลับบ้านเพื่อหนีปัญหาและเรียกหา แม่กับพี่ให้ช่วย

…โชคดีมีคนข้างห้อง…

คอยช่วยจัดการ เป็นห่วง ทำให้เรารู้สึกว่าไม่เหงา คอยดูแล และช่วยเหลือ ให้ยืมในสิ่งที่ขาด แนะนำในสิ่งที่รู้มาก่อน และคอยเล่นด้วย อยู่เป็นเพื่อนไม่ให้เหงา ขอบคุณนะ

 

เพิ่งจะรู้ว่าขาดบ้านไม่ได้ก็ตอนที่ต้องไกลบ้าน…ยังรู้สึกดีที่มีบ้านให้กลับ คนบางคนไม่มีแม้แต่บ้านให้กลับ ช่างโชคดีที่มีครอบครัวรออยู่ที่บ้าน

ได้รู้อีกอย่างว่าคงขาดคนข้างห้องไม่ได้…ถึงจะยังไม่เสียไป(และไม่อยากจะเสีย)แต่ก็รู้ว่าการที่มีคนๆนึงอยู่ข้างๆและหวังดีกับเราตลอด นั้นมีค่าแค่ไหน รู้สึกโชคดีกว่าใครๆ จะพยายยามทำตัวดีๆให้เธอไม่อยากย้ายไปจากห้องข้างๆ ขอบคุณที่คอยเป็นบ้าน..ของหัวใจ ให้เราตลอดเวลา


???

19 พฤษภาคม, 2008

ความรักคือสิ่งสวยงาม

ความรักทำให้เรายิ้มได้

ความรักทำให้เรามีความหวัง

ความรักทำให้หัวใจพองโต

ความรักทำให้เราอยากทำอะไรให้คนที่รัก

ความรักทำให้เราเรียนรู้ที่จะให้

ความรักคือความรู้สึกดี

ความรักเป็นสิ่งที่แสนดีให้โลกสดใส

ความรักยังเป็นเหมือนไฟ ส่องสว่างให้ใจที่มืดมน

 

 

 

 

….แต่ทำไมความรู้สึกดีๆของเธอถึงทำร้ายเรา ทำให้เราอึดอัด ทำให้เราอยากหนี

เราเพิ่งเชื่อว่าความรักทำร้ายคนได้….

เราขอโทษที่เราเอาความรู้สึกดีๆของเธอมาทำร้ายใจของเราและเธอเอง


คนเดียวก็มากพอ

18 พฤษภาคม, 2008

คนที่รับเราได้แบบที่เราเป็น
คนที่จะยิ้มเวลาที่เรามีความสุข
คนที่จะอยู่ข้างกันตลอดเวลา
คนที่ทำให้เรายิ้มออกแม้มีน้ำตา
คนที่เข้าใจว่าเราต้องการอะไร
คนที่ไม่โกหกแม้เพื่อให้สบายใจ
คนที่ไม่มีวันทิ้งเราไป
คนที่จะเจอเรื่องดีหรือร้ายก็กอดเราไว้
คนที่ยิ้มกับเรื่องหน้าอายของเรา
คนที่ไม่ทำให้เราผิดหวัง
คนที่เห็นแล้วหายเหนื่อย
คนที่รักเราตลอดไป
คนที่กอดเราไว้ตอนที่เรารู้สึกไม่ปลอดภัย
คนที่ดีกับเราโดยไม่หวังผลตอบแทน
คนที่เก็บความลับของเราไว้อย่างดี
คนที่เข้าข้างเราเสมอ
คนที่ทำให้เราต้องหลงละเมอ

 

 

คนๆนั้น. . .ตอนนี้ทำอะไรอยู่. . .เราจะหากันเจอเมื่อไหร่?


รู้สึกผิด

15 พฤษภาคม, 2008

รู้สึกผิดคำที่ใช้เวลาในการคิดที่จะพูดเพียงเศษเสี้ยววินาที  โกหกคำโตว่ารู้สึกผิด ทั้งๆที่บางทีคำๆนี้อาจไม่มีความหมายใดที่ลึกซึ้งไปกว่าการพูดเพื่อหลีกเลี่ยง พูดเพื่อให้ดูดี พูดให้ตัวเองไมติ่งรู้สึกผิดมากไปกว่าตอนที่ไม่ได้พูด เพราะถ้ารู้สึกผิดจริงๆ ความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าคงไม่เกิดขึ้นอีก

                น่าแปลกที่มนุษย์เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐ ทั้งที่สัตว์ไม่ว่าเลือดอุ่นหรือเลือดเย็น กระทั่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถเติบโตและขยายพันธุ์ได้ ต่างไม่เคยพูดโกหกไม่ว่าจะเพื่อเหตุผลใดๆ (หรือมันอาจโกหกแต่เราฟังไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าถ้ามองในแง่ดีสัตว์ไม่เคยโกหกเราละกัน)

                แล้วถ้าคนโกหกเป็นคนไม่ดีตามที่หลักเกณฑ์ทางคุณธรรมหรืออะไรก็ตามที่ใช้วัดมาตรฐานความดี-เลวของมนุษย์ ก็ไม่สมควรเป็นสัตว์ประเสริฐหรือแม้กระทั่งคิดว่าตนเองเป็น ผู้คนโดยมากมีเหตุผล(คำเรียกที่ฟังแล้วดูดีของข้ออ้าง) ในการโกหกเสมอ เพื่อให้คนอื่นสบายใจ เพื่อเอาตัวเองให้รอด เพื่อไต่เต้าไปยังจุดที่สูงกว่าเดิม อื่นๆอีกมากมาย

                เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่หมดสภาพความเป็นสัตว์(ที่คิดว่าตัวเอง)แสนประเสริฐไปซะแล้ว

                ไม่เป็นไรคำที่เราใช้บ่อยที่สุด…เพื่อโกหกเธอ…และโกหกตัวเอง หลอกคนอื่นๆว่าเรายังยิ้มได้เหมือนเดิม

                ยิ่งเธอรู้สึกผิดมากเท่าไหร่      เราก็ยิ่งไม่เป็นไรมากขึ้นเท่านั้น . . .

 

 

 

               แล้วถ้าเรารู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆล่ะ? เราจะใช้คำไหนเพื่อบอกเธอดีถ้าวันนึงเราต้องเป็นฝ่ายพูด บางที “ขอโทษ” อาจเป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่จะพูดได้ว่าเรารู้สึกผิดแค่ไหน


หน้าฝน

11 พฤษภาคม, 2008

เบื่อหน้าฝนจังเลย ฝกตกเฉอะแฉะ และยิ่งทำให้เราเหงากว่าเดิม

เม็ดฝนที่สาดลงมากระทบหน้าต่างกระจกบานสี่เหลี่ยมในห้องสี่เหลี่ยนขนาด 4*5 เมตร

ทำให้เราเหงาในอัตตราเต็มเปี่ยม ทั้งๆที่คุยโทรศัพท์เปิดทีวีเปิดคอมออนเอ็ม

แต่ก็ยังไม่หายเหงา . . .ดีที่น้ำตายังไม่ไหลเหมือนสายฝน

ไม่ว่าจะฤดูไหน เธอก็บอกว่าจะอยู่ข้างเราไม่ทำให้เราเสียใจ

ขออย่าให้เราต้องร้องไห้เหมือนฟ้าเลย . .  . . .สัญญานะ

วันนี้เรายังไม่ได้เสียน้ำตาเพราะเธอ ฝนข้างนอกกำลังตก . . . เราคิดถึงเธอจัง

 

อ ย า ก เ จ อ / / /


เวลา

6 พฤษภาคม, 2008

ทุกคนมีเวลา 24 ชม.เท่ากันแต่ละคนจัดสรรเวลาของตัวเองในทางที่เป็นประโยชน์ต่างกันไปบางคนใช้เวลาหาความสุขใส่ตัว บางคนอุทิศเวลาของตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เวลาของแต่ละคนมีค่าและถูกใช้ไปอย่างรู้ค่าต่างกันเช่นกัน

เวลาของเราเหลือกันอีกคนละเท่าไหร?

ถ้าเราได้รู้เราคงสามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำโดยไม่ต้องกลัวจะทำพลาด(กลัวไม่ได้ทำแทน) เราจะได้ทำอะไรที่เราไม่เคยกล้าที่จะทำ ไม่เคยกล้าที่จะพูด/บอกออกไป เราจะได้แก้ไขในสิ่งที่ผิด เราจะได้ขอโทษที่เคยทำพลาด ยังมีอีกหลายอย่างที่เราอยากจะทำก่อนที่จะไม่ได้ลืมตาตื่นบนโลกใบนี้อีกเยอะ ชอบมีคนมาถามว่าอยากกินไรก่อนตาย 1 วัน ไม่เคยตอบได้เลยคำถามนี้ ถึงตอนนั้นคงกินไม่ลงแล้วล่ะ แหม จะตายยังมีหน้ามากินอีกเนอะ ก่อนตาย 1 วันจะทำอะไร? คงอยู่กับแม่ทั้งวันเลยมั้ง กอดแม่ บอกรักแม่ ทำกับข้าวให้แม่ ทำทุกอย่างกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าแม่คือ”ครั้งแรก”ในชีวิตของเราทุกคน

 

 

ปล.วันเกิดปีนี้ขอ เวลา เป็นของขวัญจะได้ไหม?


ครั้งแรก. . .

3 พฤษภาคม, 2008

ครั้งแรกที่เราได้ลองเริ่มทำอะไรสักอย่าง

อาจเป็นประสบการณ์ที่ถูกลืมไปบ้างเพราะบางครั้งเราอาจทำสิ่งนั้นครั้งแรก…โดยไม่รู้ตัว

เราไปโรงเรียนอนุบาลครั้งแรกโดยไม่ได้ตั้งตัว และเราก็อาจลืมไปว่าวันนั้นอาจเป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต เพราะเราไม่เคยไปโรงเรียนใดๆมาก่อนในชีวิต

แล้วเราก็ลืมมันไป…บางทีเราไม่ได้ลืมหรอก…แต่เรายังไม่ทันได้จำมันตังหากล่ะ

บางที”ครั้งแรก”อาจเป็นครั้งที่เป็น”ที่สุด” ในทุกๆเรื่อง

แต่คนเรายุ่งเกินกว่าจะใส่ใจว่านั่นคือครั้งแรก

เล่นไวกิ้งครั้งแรก ไม่ทันได้จำ และแทบไม่รู้เรื่องว่ามันเจ๋งแค่ไหน รู้แค่ว่าเพื่อนๆยุให้ขึ้นไป(นั่งหลับตาตลอดเวลาก็คงจะจำครั้งแรกที่เอาหน้าขึ้นไปสัมผัสอากาศบนฟ้าจริงจังไม่ได้หรอก)รู้แค่เสียวท้องมากๆ…เวลาผ่านไป เล่นไวกิ้งหลายครั้งเข้า เริ่มรู้สึกสนุกแต่อาการเสียวที่สุดที่เคยมีในครั้งแรกหายไปหมดแล้ว เล่นเอามันส์อย่างเดียว จำไม่ได้แล้วว่าเสียววันแรกนั้นเป็นยังไงและก็พยายามจะเสียวเท่าไรก็ไม่เสียว (เสียวเยอะเกินจนน่าหวาดเสียว)

ครั้งแรกคือที่สุด ที่สุดในทุกๆสิ่ง ตื่นเต้นที่สุด งงที่สุด กลัวที่สุด อีกมากมายที่สุดจะบรรยาย

 

หากเราทำแต่สิ่งเดิมๆซ้ำๆ ความรู้สึกที่สุดที่หมดไปตั้งแต่ทีแรกก็จะไม่กลับมาหาเราได้อย่างเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน เราจะชินกับความรู้สึกนั้นๆจนกลายเป็นรูปแบบและวิถีชีวิตของเราซึ่งอาจอาจเฉยชาและน่าเบื่อ(ที่สุด)

 

ลองทำสิ่งใหม่ๆให้มีครั้งแรกในหลายๆอย่าง เราก็จะได้ความรู้สึกหลากหลายที่สุด ซึ่งคงทำให้ชีวิตเราคุ้มค่าและมีความสุขที่สุดที่ได้เกิดมา

 

เธอ: จำได้ไหมครั้งแรกที่เราเจอกัน?

เรา: . . . ขอโทษที่เราจำไม่ได้. . .เราไม่ทันได้ตั้งตัว รู้แค่ว่าวันนี้เรามีความสุขมากกว่าวันนั้นมากทีเดียว :p

 


ไม่…

1 พฤษภาคม, 2008

              “ไม่…” คำสั้นๆที่ไม่ว่าจะนำคำไหนมาต่อท้ายเข้าไป คำที่ได้ก็ให้ความรู้สึดที่ไม่ดีทั้งผู้พูด(ในบางกรณี)และผู้ฟัง(เกือบทุกกรณี)

              เวลาที่เราต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธใคร เราเองก็มักจะรู้สึกไม่ดีที่ต้องไปหักหาญน้ำใจผู้เสนอที่มักจะทยอยกันมามอบสิ่ง(ที่เขาคิดว่า)ดี ให้เราอยู่เสมอ แต่เราคงรู้สึกผิดแค่ไม่เกินกระพริบตา 7 ที ไม่นานกว่านั้นมากโดยประมาณ

             แต่เมื่อเรากลายเป็นฝ่ายถูกปฏิเสธ..เราจะไม่ได้แค่รู้สึกผิด(ผิดหวังในคำตอบ) และยังเสียใจ เสียความรู้สึก ที่สำคัญที่สุดคงเป็นความกล้าที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามหรือขออะไรอีกในครั้งต่อไป แน่นอนฝ่ายถูกปฏิเสธคงได้พบเจอกับความเจ็บปวดที่กินเวลานานเกินกว่าจะลืมได้ง่ายๆ

             “ไม่…” เวลานำมาประสมจนเกิดเป็นคำใหม่คำไหนน่าเสียใจที่สุด . . .

        “ไม่กิน” . . . เอ่อ ดีไม่เปลืองง

        “ไม่ว่าง” . . . ไปกับคนอื่นก็ได้วะ

        “ไม่รู้” . . . google เองก็ได้ว่ะ

        “ไม่เอา” . . . แน่นะ? มึงไม่เอากูเอานะ แล้วอย่าเปลี่ยนใจทีหลังนะมึง

        ”ไม่รัก” . . . . . . . . .

 

         .  .  .


ทางเลือก

28 เมษายน, 2008

 มีใครบางคนลิขิตไว้แล้วหรือเปล่า เราเป็นใคร เราทำอะไร เราเลือกที่จะเป็นได้จริงไหม เราเจอกันเพราะอะไร เรารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร เราเลือกทางเดินของเราเพราะเราไม่อยากเหมือนใคร แต่เราเลือกได้เองจริงๆ หรือมีคนบนนั้นส่งใครบางคนหรือหลายๆคนมาช่วยกันปรับเปลี่ยนความคิดของเราทีละนิด ทีละน้อย เปลี่ยนให้เราเองมีความคิดใหม่ออกมา ความคิดที่ไม่เหมือนใครและเป็นเอกลักษ์ณเฉพาะตัว เราเกิดมาเพื่อเป็นเรา เพื่อมาทำบางสิ่งที่ฝัน ที่ควรทำ และควรถูกกระทำ บางทีอาจเพื่อเป็นที่สุดไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่ง บางทีชีวิตเราอาจโดนชะตากำหนดมาแล้ว เราทุกคนถึงมีทางที่ต่างและเป็นของตัวเอง ไม่มีใครเดินซ้ำรอยใคร แม้กระทั่งพ่อกับลูก ก็จะมีความเหลื่อมล้ำไม่ทับกันสนิทเหมือนเป็นคนเดียวกัน เราจึงไม่เคยได้เห็นใครมีชะตาชีวิตที่เกิดมาอยู่ด้วยกันและทำทุกอย่าง คิดทุกอย่างเหมือนกัน คงไม่มีใครอยากให้โลกนี้มีทักษิณสองคน หรือกระทั่งมีเราเองอีกคนหนึ่งที่เหมือนกันเป๊ะๆ โลกคงหน้าเบื่อและไม่หลากหลาย ชะตาจึงต้องขีดให้ทางของเราไม่ไปทับซ้อนทางของใครจนสนิทเกินไป และขณะเดียวกัน เส้นของใครๆก็คงไม่มาทับซ้อนเราสนิทจนเหมือนลอกกันมา

 

…แล้วถ้าเราเลือกที่จะเป็นได้เองจริงๆในบางอย่างนอกเหนือจากที่โดนกำหนดมา เลือกนับถือศาสนา เลือกความเชื่อของเราเอง เลือกตั้ง(อันนี้ไม่เกี่ยว) ทำไมเราถึงไม่เลือกเป็นคนดี ดีต่อผู้คนรอบข้าง และต่อตัวเอง เลือกที่จะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น มีความคิดที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์และต่อโลกที่เป็นที่อยู่ของเรา อยากที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมั่ง ก็ทำให้เราได้ช่วยให้จิตใจของเราดีขึ้น เลือกที่จะเหมือนกันบ้างในการคิดดีและเป็นคนดีของสังคม ก็คงจะไม่ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเรา และบางอย่างที่ถูกโชคชะตากำหนดมาแล้ว……


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.